เข้าสู่ระบบ  



สถิติผู้เยี่ยมชม  

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้134
mod_vvisit_counterเมื่อวาน196
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้887
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1113
mod_vvisit_counterเดือนนี้4317
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว4332
mod_vvisit_counterทั้งหมด (เริ่ม 7 ต.ค. 53)159118

จำนวนผู้ออนไลน์: 3
IP ของคุณ: 50.19.148.56
,
วันที่: 29 ส.ค. 2014

Facebook  

เว็บลิ้งค์  

ความรู้ทางกายภาพบำบัด

บทบาทหน้าที่ของนักกายภาพบำบัด

PDFพิมพ์อีเมล

นักกายภาพบำบัดกับงานบริการผู้ป่วย

- ตรวจประเมินความผิดปกติทางกายยภาพบำบัดของผู้ป่วย

-   วิเคราะห์และวางแผนการรักษาทางกายภาพบำบัด

-  เลือกและให้การรักษาด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัดที่เหมาะสม

-  ให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้ป่วยและผู้เกี่ยวข้อง

-  ส่งต่อผู้ป่วยแก่บุคลากรข้างเคียงที่สามารถแก้ปัญหาให้ผู้ป่วยได้

-  ค้นคว้าวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนหรือประยุกต์วิธีการรักษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการทำงานของนักกายภาพบำบัด

เมื่อได้รับผู้ป่วยจากแพทย์ นักกายภาพบำบัดจะทำการตรวจประเมินด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด จากนั้นจะสรุปปัญหาและตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริง การวางแผนการรักษาและการเลือกวิธีการรักษาจะต้องสอดคล้องกับผลของการตรวจประเมิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

1. การตรวจประเมิน

นักกายภาพบำบัดจะตรวจ วัด และทดสอบผู้ป่วยให้ได้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ เช่น ระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อ ระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ ระบบหายใจและหลอดเลือด และการตรวจเฉพาะทางอื่นๆ รวมทั้งประเมินความสามารถในการเคลื่อนไหว ปรับเปลี่ยนท่าทางจากนอน นั่ง ยืน และเดิน ซึ่งขั้นตอนการตรวจประเมินนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการรักษา

2. เป้าหมายในการบำบัดรักษา

ขึ้นอยู่กับผลการตรวจประเมินที่นักกายภาพบำบัดพบ ซึ่งเป้าหมายการรักษาในผู้ป่วยแต่ละรายจะมีความจำเพาะที่ประกอบด้วยเป้าหมายระยะสั้นและเป้าหมายระยะยาว แต่เป้าหมายหลักทางกายภาพบำบัดคือ การป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ การลดอาการเจ็บปวด และการทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปเคลื่อนไหวร่างกายหรือทำงานได้อย่างปกติ หรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด

3. การบำบัดรักษา

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเบื้องต้น นักกายภาพบำบัดมีเทคนิคและวิธีการบำบัดรักษาดังนี้คือ

-  การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อและเพื่อการเคลื่อนไหวข้อต่อต่างๆ

-  การดัดดึงและเคลื่อนไหวข้อต่อ

-  โปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อฝึกให้เกิดความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด

-   ฯลฯ

เขียนโดย Administrator วันพฤหัสบดีที่ 07 ตุลาคม 2010 เวลา 10:52 น.
 

กายภาพบำบัดคืออะไร

PDFพิมพ์อีเมล

กายภาพบำบัดคืออะไร

กายภาพบำบัดคือ วิชาชีพสาขาหนึ่งทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชน ทั้งในแง่ของการส่งเสริม, ป้องกัน, รักษา และฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจโดยใช้วิธีตามหลักวิทยาศาสตร์และการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดโดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพและมีความสามารถในการทำงานของร่างกายอย่างเต็มที่

กายภาพบำบัดเรียนอะไร

นักกายภาพบำบัดเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 4 ปี  ในช่วงปีแรกศึกษาวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เช่น ชีววิทยา, เคมี, แคลคูลัส และวิชาทางสังคมศาสตร์, มนุษยศาสตร์, ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ สำหรับในปีที่ 2 - 4 ศึกษาในหมวดวิชาชีพ เช่น กายวิภาคศาสตร์, สรีรวิทยา, พยาธิวิทยา, ประสาทกายวิภาคศาสตร์, หลักพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว, การนวด ดัด ดึง , การออกกำลังกายเพื่อการรักษา, การรักษาและการวินิจฉัยด้วยไฟฟ้า, ตัวกระทำทางฟิสิกส์ในการรักษา และกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยในภาวะต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำวิจัยก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีอีกด้วย

เมื่อสำเร็จการศึกษา

นิสิตจะได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต ( กายภาพบำบัด ) และมีสิทธิสอบเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งหากสอบได้ ก็จะสามารถทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดในสถานที่ต่างๆ เช่น

- โรงพยาบาลของรัฐและเอกชน

- คลินิกกายภาพบำบัด

- ศูนย์ส่งเสริมสมรรถภาพร่างกาย (Fitness Center) หรือ สโมสร / สมาคมกีฬาต่างๆ

การศึกษาต่อ 

ผู้ที่สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต (กายภาพบำบัด) สามารถเลือกศึกษาต่อระดับปริญญาโทได้ทั้งในสาขากายภาพบำบัด, สรีรวิทยา, กายวิภาคศาสตร์, วิทยาศาสตร์การกีฬา  เป็นต้น  ในมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ นักกายภาพบำบัดยังสามารถศึกษาต่อในศาสตร์ทางกายภาพบำบัดจนถึงขั้นปริญญาเอก ซึ่งมีสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, สวีเดน เป็นต้น ที่รับนิสิตเข้าศึกษาต่อในขั้นปริญญาเอกนี้

เขียนโดย Administrator วันพฤหัสบดีที่ 07 ตุลาคม 2010 เวลา 10:51 น.
 

กำหนดเครื่องมือทางกายภาพบำบัด

PDFพิมพ์อีเมล

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ.๒๕๔๕

เรื่อง กำหนดเครื่องมือกายภาพบำบัด

--------------------------

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะ 
กรรมการการประกอบโรคศิลปะออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ กำหนดเครื่องมือต่อไปนี้เป็นเครื่องมือกายภาพบำบัด

(๑)   เครื่องกำเนิดความร้อนลึกด้วยคลื่นสั้น    ( Shortwave diathermy machine )

(๒)   เครื่องกำเนิดความร้อนลึกด้วยคลื่นไมโคร     ( Microwave diathermy machine)

(๓)   เครื่องผลิตคลื่นเหนือเสียงเพื่อรักษา    ( Ultrasonic therapy machine )

(๔)   เครื่องกระตุ้นกระแสไฟฟ้า     ( Electrical stimulation )

(๔.๑) เครื่องผลิตกระแสไฟตรงเพื่อรักษา   ( Galvanic current therapy unit )

(๔.๒) เครื่องผลิตกระแสไซนูซอยด์เพื่อรักษา ( Sinusoidal current therapy unit )

(๔.๓) เครื่องผลิตกระแสฟาราดิคเพื่อรักษา ( Faradic current therapy unit )

(๔.๔) เครื่องผลิตกระแสไดอะไดนามิคเพื่อรักษา  ( Diadynamic current therapy unit )

(๔.๕) เครื่องผลิตกระแสกระตุ้นประสาทผ่านผิวหนัง  ( Transcutaneous nerve electrica 
stimulation หรือ TENS unit )

(๔.๖) เครื่องผลิตกระแสอินเตอร์เฟอเรนท์เพื่อรักษา   ( Interference therapy unit )

(๔.๗) เครื่องผลิตกระแสไฟตรงศักดาสูง   ( High Voltage Galvanic therapy unit )

(๔.๘) เครื่องผลิตกระแสไฟตรงเป็นช่วงๆ ( Interrupted direct current ) หรือ IDCtherapy unit

(๔.๙) เครื่องผลิตกระแสแบบรัสเซีย   ( Russian current unit )

(๕)   เครื่องป้อนกลับทางชีวภาพ   ( Biofeedback unit )

(๖)   โคมไฟรังสีอุลตร้าไวโอเลต   ( Ultraviolet lamp ) เฉพาะที่ใช้โดยตรงต่อร่างกายมนุษย์

(๗)   ถังน้ำวนและอ่างน้ำวนสำหรับลำตัว   ( Whirlpool and Hubbard Tank )

(๘)   ถังแช่พาราฟิน   ( Paraffin wax bath unit )

(๙)   ตู้อบไอน้ำ   ( Stream bath cubinet )

(๑๐) เครื่องแช่แผ่นเก็บความร้อน   ( Hydrocollator unit )

(๑๑) เครื่องเป่าอากาศร้อนชื้น  ( Moist air heat therapy unit )

(๑๒) เครื่องบำบัดแบบอนูไหล ( Fluido therapy unit )

(๑๓) เครื่องควบคุมแรงกดดันความเย็นเพื่อการรักษา   ( Cryo controller pressure therapy )

(๑๔) เครื่องกดบีบสำหรับภาวะทางหลอดเลือด   ( Compressor unit for vascular condition )

(๑๕) เครื่องผลิตแสงเลเซอร์กำลังต่ำ   ( Low power laser unit )

(๑๖) เครื่องกระตุ้นแบบสนามแม่เหล็ก   ( Magnetic stimulator )

(๑๗) เครื่องดึงกระดูกสันหลังไฟฟ้า   ( Electric traction machine )

(๑๘) โต๊ะหมุนและแผ่นหมุนให้ตั้งตรง   ( Tilt table and tilt board )

 

ข้อ ๒ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มีนาคม  พ.ศ.๒๕๔๔

ลงชื่อ           สุดารัตน์    เกยุราพันธุ์

(นาง สุดารัตน์    เกยุราพันธุ์)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

------------------------------------------------------------------------

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๓๙  ง  วันที่ ๒ พฤษภาคม  ๒๕๔๕

แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2010 เวลา 01:41 น. เขียนโดย Administrator วันพฤหัสบดีที่ 07 ตุลาคม 2010 เวลา 10:48 น.
   
© 2014 - ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารจุฬาพัฒน์2 ซอยจุฬาฯ12 ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
   
| ศุกร์, 29. สิงหาคม 2014 || Designed by: LernVid.com |